วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

ทำไมวง bodyslam ต้องใส่ชุดดำเพราะว่า " นาฬิกาตาย "
ทำไมนาฬิกาตายเพราะกิน " ยาพิษ "
ทำไมต้องกินยาพิษเพราะ " อกหัก "
ทำไมถึงอกหักเพราะว่า " งมงาย "
ทำไมถึงงมงายเพราะ " ชีวิตเป็นของเรา "
ทำไมชีวิตต้องเป็นของเราเพราะเรามี " ความเชื่อ "
เราเชื่อใน " ปลายทาง "
ที่ปลายทางมี " ขอบฟ้า "
ที่ขอบฟ้ามี " อากาศ "
อากาศเกิดขึ้นเมื่อ " หลังฝน "
หลังฝนมี " จันทร์ยังเต็มดวง "
หลังจากจันทร์ยังเต็มดวงมี " แสงแรก "
แสงเดินทางภายใน " เสี้ยววินาที "
เราทำอะไรได้ภายในเสี้ยววินาที " แค่หลับตา "
เราหลับตาเพราะ " คนมีตังค์ "
คนมีตังค์เกี่ยวอะไรกับแค่หลับตาวะ ไม่รู้โว้ยย " ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ "
ทำยังไงถึงจะเข้าใจ " ย้ำ "
ย้ำว่าเราควร " ห้ามใจ "
ทำไมต้องห้ามใจเพราะเรา " เจ็บจนวันนี้ "
ไม่มีคนให้คุยด้วยเราเลยทำได้แค่ " พูดในใจ "
ก่อนที่เราพูดในใจเราต้อง " ขอบคุณน้ำตา "
น้ำตาทำให้เรามี " ท่านผู้ชม "
เหมือนในละคร ในละครเรามีอาการ " หวั่นไหว "
และในละครเรามีลักษณะนิสัยคือ " ความซื่อสัตย์ "
ความซื่อสัตย์ทำให้ " เรา "
กลายเป็น " คนที่ถูกรัก "
เราเป็นคนรักไม่ดีแต่ " สักวันฉันจะดีพอ "
แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะดี " ไม่รู้เมื่อไหร่ "
ทำไมถึงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้เป็น " นาทีสุดท้าย "
นาทีสุดท้ายนี้เป็นแค่ " ภาพลวงตา "
ภาพลวงตาทำให้เราไม่เห็นแต่เราได้ยิน " พลังดนตรี "
พลังดนตรีทำ " ให้รักนั้นพาสองเราไปด้วยกัน "
แต่สุดท้ายก็จบลงที่ " ทางของฉันฝันของเธอ "
ทำไมต้องทางของฉันฝันของเธอ เพราะฟัง " Bodyslam

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

นิทาน ชาดก : ลิงเจ้าปัญญา


ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภความพยายามเพื่อปลงพระชนม์พระองค์ของพระเทวทัต ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาวานรตัวหนึ่ง มีรูปร่างขนาดเท่าลูกม้า มีพละกำลังมาก อาศัยอยู่ในชายป่าแห่งหนึ่ง เที่ยวหากินอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานา ชนิด พญาวานรจะกระโจนจากฝั่งแม่น้ำข้างนี้ไปพักที่แผ่นหินกลางน้ำ แล้วกระโจนจากแผ่นหินไปขึ้นบนเกาะนั้นในเวลาเช้า เที่ยวหากินผลไม้ต่างๆ ในเกาะนั้นในเวลากลางวัน แล้วจะกระโดดกลับทำนองเดียวกันในเวลาเย็น โดยลักษณะเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน

ในแม่น้ำนั้น มีจระเข้ผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ ได้มองเห็นลิงนั้นกระโดดข้ามไปมาทุกเช้าเย็น ในเช้าวันหนึ่ง จระเข้ผู้เมียเกิดแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิง จึงพูดกับสามีว่า
” พี่ ฉันแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิงตัวนั้น พี่จงหามาให้ฉันหน่อยนะ ”

จระเข้ผู้สามีกล่าวว่า
” ได้จ้า ที่รัก เดี๋ยวพี่จะคอยจับมันที่มาจากเกาะในเย็นวันนี้ ”

ฝ่ายพญาวานรเที่ยวหากินบนเกาะนั้นทั้งวัน ครั้นถึงเวลาเย็นก็มายืนอยู่ที่ชายฝั่งที่เคยกระโดดข้ามทุกวัน มองเห็นความผิดปกติของแผ่นหินกลางน้ำแล้วคิดว่า
” วันนี้ ทำไมแผ่นหินจึงสูงกว่าเดิม ปริมาณน้ำก็ยังเท่าเดิม เห็นทีจะมีสัตว์อะไรมานอนบนแผ่นหินนั่นกระมัง ”

จึงทำเป็นเรียกแผ่นหินว่า
” หิน หิน ”

ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงพูดเปรยๆขึ้นว่า
” หิน ทำไมวันนี้ ท่านจึงไม่ขานรับข้าพเจ้าละ”

ฝ่ายจระเข้ที่นอนอยู่บนแผ่นหิน ได้ฟังเช่นนั้นคิดหลงกลว่า
” ในวันอื่นๆ แผ่นหินนี้ คงให้คำตอบแก่ลิงเป็นแน่ ”

จึงขานรับออกไปว่า
” อะไร ท่านลิง”

พญาวานร
” ท่านเป็นใคร ? ”

จระเข้
” เราเป็นจระเข้”

พญาวานร
” ท่านมานอนอยู่ที่นี่ทำไม ? ”

จระเข้
” เพื่อต้องการหัวใจของท่าน”

พญาวานร
” ท่านต้องการไปทำไม ? ”

จระเข้
” เมียเราแพ้ท้อง ต้องการกินหัวใจของท่าน ”

พญาวานรคิดว่า
” เราไม่มีทางอื่น นอกจากจะลวงจระเข้ตัวนี้ ” จึงพูดว่า ” จระเข้สหายรัก เราตกลงสละร่างกายให้ท่านแล้วละ เพื่อเห็นแก่ลูกน้อยของท่าน ท่านจงอ้าปากไว้ เราจะกระโจนเข้าปากของท่านเอง ”

หลักความจริงมีอยู่ว่าเมื่อจระเข้อ้าปาก ตาทั้ง ๒ ข้างก็จะหลับ จระเข้ไม่ทันคิดถึงเหตุนี้ จึงอ้าปากคอย พญาวานรจึงกระโดดเหยียบหัวจระเข้กระโดดข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

จระเข้พอคิดได้ว่าหลงกลพญาวานรก็สายเสียแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาว่า
” พญาวานร ผู้ใดมีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ และจาคะ
เช่นกับท่าน ผู้นั้น ย่อมครอบงำศัตรูที่ตนพบเห็นได้ ”



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้มีปัญญาสามารถเอาชีวิตรอดได้ด้วยสติปัญญาของตน